#0.1 What time is it?

posted on 30 Jan 2012 12:47 by leukhemiaphobia
ผมคงเป็นหนึ่งในหลายคนที่ไม่ได้จรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ นับว่าเป็นเวลาที่นานมากๆ นานจนพอที่จะต้องค้นรหัสการเข้ามาเขียน blog แต่ยังมีความสามารถในเสี้ยววินาทีที่พอจะจดจำข้อมูลแล้วเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง "สมองเรายังใช้ได้"
 
นานเท่าไหร่แล้ว ที่ไม่ได้มองวันเวลาเก่าๆที่ผ่านมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องราวความสุข ความทุกข์ มันจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป 
 
บางครั้งก็อยากจะโขกหัวตัวเองเพราะเรื่องบางเรื่องจำไม่ได้ ทั้งๆที่มันสำคัญ แต่เรื่องที่มันไม่ได้มีสาระอะไรเลย แต่ก็จำได้จำดี จำมันทุกวี่ทุกวัน 
 
สิ่งที่ยังจำได้ดีอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ทำทุกๆอย่างเพื่อลูกและครอบครัว 
 
ถ้าถามว่าบางครั้งยังอยากจะนอกลู่นอกทางหรือไม่ คำตอบคือ "มี" 
 
แต่สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับมาคิดถึงข้างหลังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราทำแบบนั้น ถึงได้หยุดความคิดแบบนั้นลงไป "ลูก" ช่วยฉุดความคิดทุกครั้ง เพิ่งเข้าใจว่าการเป็นพ่อ-แม่คน มันเป็นแบบนี้นี่เอง
 
ช่วงนี้ต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปกลับ 18 กิโลต่อวัน ถามว่ามันเหนื่อยมั้ย มันเป็นธรรมดา
 
พอกลับมาเห็นเด็กแก้มยุ้ยๆ ทำปากแบะๆ ก็อดขำไม่ได้
 
ยังจำตัวเองได้วันที่พยาบาลนำลูกมาอยู่หน้าประตู ตอนนั้นเขายังไม่ให้ออกมา ลูกยิ้มให้ น้ำตาก็ไหลออกมาทันที
 
ไม่มีคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างคือการเริ่มต้นการเดินต่อไปของชีวิต โดยที่มีคนในครอบครัวเดินด้วย ถึงแม้บางครั้งจะเกิดความไม่เข้าใจกัน แต่มันก็จบลงด้วยคำว่า "ลูก"
 
ถ้าใครไม่รักลูก คนๆนั้น คงไม่ใช่ "คน"
 

Comment

Comment:

Tweet

ถึงยังไม่มีน้อง แต่ ณ ตอนนี้เข้าใจและรู้สึกถึงความเป็นพ่อและแม่ค่ะเห็นลูกยิ้ม เรามีความสุข ;'))
ตระกูลของกะทินั้นเป็นครอบครัวที่ใหญ่ มีหลานๆน้องๆเยอะแยะมากมาย กะทิชอบเด็กน้อย เพราะเวลาเค้ายิ้มหรือพูด หรือ ร้องไห้ หรือว่าการกระทำต่างๆ นั้น มันเป็นความไร้เดียงสา เคยพูดกะแม่ว่ากะทิอยากมีน้อง แต่แม่บอกว่าหาพ่อใหม่มาสิเดี๋ยวแม่มีให้ แค่นั้นเลิกพูดเลยล่ะค่ะ big smile

#1 By ซาาเปา on 2012-02-21 13:54